เรียนรู้และเข้าใจอุปกรณ์ด้านเน็ตเวิร์ก เมื่อครั้งที่แล้ว ผมได้เล่าเรื่องของการป้องกันไม่ให้คนอื่นมาใช้เครือข่ายไร้สาย หรือ Wi-Fi ของเราให้สมาชิกได้รับทราบกันไปแล้ว เชื่อว่ามีคำศัพท์หลายๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเครือข่ายทางด้านไอที ที่ผมคิดว่าบางคนอาจจะรู้ และบางคนอาจจะไม่รู้ ดังนั้นคนที่รู้แล้วก็ผ่านไปเลยน่ะครับ ส่วนคนที่ยังไม่รู้ หรือเพิ่งเริ่มหัดใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ผมจะค่อยๆ เล่าให้ฟังก็แล้วกัน
การที่คอมพิวเตอร์ A และ คอมพิวเตอร์ B นั้น จะสามารถส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้นั้น มีวิธีการหลายรูปแบบ อาจใช้สายแลน UTP แบบ RJ-45 (อธิบายคร่าวๆ พอ ไม่อยากลึกมากเดี๋ยวปวดหัว) ต่อโดยตรงถึงกันและกันเลยก็ได้ แต่วิธีการแบบนี้ไม่นิยมใช้กัน ซึ่งวิธีที่ใช้กันบ่อยที่สุดคือการใช้ "อุปกรณ์ Switch" เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงเครื่องทั้งสองเครื่อง ( A และ B) หรืออาจจะมากกว่านั้นให้สามารถแบ่งปัน (แชร์) ข้อมูลระหว่างกันและกันได้ ลองดูจากรูปน่ะครับ 
จากรูปจะพบว่ามีอุปกรณ์ Switch เป็นตัวกลางเชื่อมโยงอุปกรณ์ไอทีต่างอยู่มากมาย ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ A, คอมพิวเตอร์ B, เครื่องพรินเตอร์ และ Switch เองยังต่อไปยังอุปกรณ์เน็ตเวิร์กอีกตัวหนึ่งชื่อว่า Router เอาไว้ต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตอีกทีหนึ่ง (เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังอีกครั้งต่อไปว่ามันเป็นอย่างไร) ทั้งนี้ก็เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่ต่อมายัง Switch สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทั้งหมด
สำหรับ Switch นั้นมี "พอร์ต" (เป็นช่องสำหรับเสียบสายแลนจากคอมพิวเตอร์) ไว้ต่อกันเครื่องคอมพิวเตอร์ได้มากมาย โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 8 พอร์ต, 16 พอร์ต, 24 พอร์ต, 48 พอร์ต ฯลฯ จำนวนพอร์ตจะระบุถึงจำนวนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ ที่มาต่อกับ Switch ได้ จากในรูปพบว่าเป็น Switch ที่มี 8 พอร์ตเราใช้ไปทั้งหมด 4 พอร์ตแล้ว (Comp. A, Comp B, Printer และ Router) ก็จะเหลือใช้ได้อีก 4 เครื่องเท่านั้น อ๋อ สำหรับ Switch รุ่นดีๆ อาจจะมีพอร์ตเฉพาะสำหรับต่อกับ Router โดยตรง และพอร์ตสำหรับต่อไปยัง Switch ตัวอื่นๆ เพิ่มมาให้เลยด้วย ก็จะได้ประหยัดพอร์ตที่มีอยู่ ยกตัวอย่าง Switch 8 พอร์ต นั้นอาจจะมีจำนวนพอร์ตจริง 10 พอร์ต เพราะ 2 พอร์ตพิเศษเอาไว้ต่อกับ Router และ Switch ตัวอื่น ทำให้ 8 พอร์ตที่มีอยู่นั้นสามารถใช้งานได้เต็มที่
นอกจาก Switch แล้ว เราจะมารู้จักอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งเราเรียกว่า "การ์ดแลน" หรือ NIC (Network Interface Card) เจ้าการ์ดแลนนี้จะถูกติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ทุกๆ เครื่อง ทั้งนี้ก็เพื่อเป็น การ์ดที่เชื่อมระหว่างคอมพิวเตอร์กับ Switch โดยใช้ "สายแลน UTP RJ-45" เป็นสายเชื่อมสัญญาณ จากรูปเดิมจะพบว่า คอมพิวเตอร์ A และ B จะติดตั้งการ์ดแลนไว้ภายในเครื่องแล้ว ส่วนเครื่องพรินเตอร์ก็จะมีการ์ดแลนฝังอยู่ด้านในเช่นกัน 
รูปภาพของ "การ์ดแลน" ในเครื่องคอมพิวเตอร์
มาดูอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตกันได้ เราเรียกมันว่า "Router" (อ่านว่า เราเตอร์) หลายคนสงสัยว่า "เอ๊ะ เวลาผมต่ออินเทอร์เน็ตผมก็ใช้โมเด็มนี่ครับ ทำไมต้องใช้ Router ด้วยครับ ??" คำตอบก็คือใช่ครับ การใช้โมเด็มนั้นก็ต่ออินเทอร์เน็ตได้ แต่โมเด็มส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ใช้กับคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น (ถ้าจะทำให้ต่อหลายเครื่องได้ก็ต้องใช้วีธีการอีกหลายขั้นตอน) อีกทั้งยังใช้ระบบอินเทอร์เน็ตได้ความเร็วน้อย จึงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ทำในการทำระบบเครือข่ายเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราจึงเอา Router มาใช้ในการเชื่อมไปยังโลกแห่งอินเทอร์เน็ตดีกว่า เพราะเราสามารถที่จะใช้ Router ในการกำหนดค่าต่างๆ ได้มากกว่า ค้นหาเส้นทางได้เร็วกว่า และนอกจากนั้น Router บางรุ่นก็สามารถทำงานได้ทั้งแบบเครือข่ายไร้สายในตัว หรือ มีอุปกรณ์ไฟร์วอลล์เพื่อป้องกันการบุกรุกในตัวได้อีกด้วย เอาละ มาลองดูจากรูปเพิ่มเติมต่อ เราจะพบว่ามีอุปกรณ์เครือข่ายอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลย เราเรียกมันว่าเป็น "อุปกรณ์แยกสัญญาณ" หรือเรียกว่า Splitter (อ่านว่า สปริตเตอร์) หน้าที่ก็มันก็คือแยกสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์ให้ออกจากกัน ทั้งนี้ก็เพราะว่า เวลาผู้ให้บริการ (ISP) ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตมานั้น สัญญาณดังกล่าวจะวิ่งมาบนสายโทรศัพท์ด้วย ดังนั้นเราจึงจำต้องแยกสายสัญญาณออกเป็นสองช่องทางทางหนึ่งเป็นอินเทอร์เน็ตก็ไปต่อเข้าที่ Router อีกทางหนึ่งก็แยกไปต่อที่โทรศัพท์โดยตรง ซึ่งจะทำให้เราใช้อินเทอร์เน็ตได้พร้อมกับการใช้งานโทรศัพท์ก็ได้ เอาละครับมาถึงตรงนี้ ก็น่าจะเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานเน็ตเวิร์กกันบ้างพอสมควร เพียงเข้าใจอุปกรณ์เน็ตเวิร์กเหล่านี้และใช้งานให้เป็นก็สามารถเป็นแอดมินน้อยๆ ได้ไม่ยากเลยครับ หากท่านใดมีข้อสงสัยเพิ่มเติมอะไรหรืออยากรู้ข้อมูลทางด้านไอทีเรื่องอะไร สามารถส่งเมล์มาคุยหรือเสนอแนะกันได้ที่ suwaschai@windowsitpro.net น่ะครับ หรือจะแวะมาดูข่าวสารทางด้านไอทีน่าสนใจมากมายกันได้ที่ www.windowsitpro.net ครับ ครั้งนี้แค่นี้ก่อนแล้วครั้งหน้าค่อยกลับมาเจอกันอีกรอบครับ
|